กาลามสูตร แปลว่า พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล เรียกว่า เกสปุตตสูตร ก็มี
กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อ ไม่ให้เชื่องมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษ หรือดีไม่ดี ก่อนเชื่อ มี ๑๐ ประการคือ
๑.มา อนุสสเวนะ อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
๒.มา ปรัมปายะ อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
๓.มา อิติกิรายะ อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
๔.มา ปิฏกสัมปทาเนนะ อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
๕.มา ตักกเหตุ อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
๖.มา นยเหตุ อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
๗.มา อาการปริวิตักเกนะ อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
๘.มา ทิฏฐินิชฌานักขันติยา อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
๙.มา ภุพพรูปตายะ อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
๑๐.มา สมโณ โน ครูติอย่าเพิ่งเชื่อ เพียงเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน
เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษ ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้สรรเสริญ ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรเข้าถึงธรรมเหล่านั้นอยู่
ปัจจุบันได้เกิดแนวคิดและหลักสูตรที่สอนให้คนมีเหตุผลไม่หลง เชื่องมงาย ในทำนองเดียวกับคำสอนของพระพุทธองค์เมื่อ ๒๕๐๐ ปีก่อนบรรจุไว้ในกระบวนการเรียนรู้ในประเทศพัฒนาแล้ว เรียกว่า "การคิดเชิงวิจารณ์" (Critical thinkingedit @ 11 May 2009 14:38:43 by betterlife
* :.+。B L a c K Q u € e N z* :.+。