กาลามสูตร

posted on 11 May 2009 14:38 by betterlife09 in Ethic

กาลามสูตร​ ​แปลว่า​ ​พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ​ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม​ ​แคว้นโกศล​ ​เรียกว่า​ ​เกสปุตตสูตร​ ​ก็มี​

กาลามสูตร​เป็น​หลักแห่ง​ความ​เชื่อ​ ไม่​ให้​เชื่องมงาย​โดย​ไม่​ใช้​ปัญญาพิจารณา​ให้​เห็นจริง​ถึง​คุณโทษ​ หรือ​ดี​ไม่​ดี​ ​ก่อนเชื่อ​ ​มี​ ๑๐ ​ประการคือ​

๑.มา​ ​อนุสสเวนะ ​อย่า​เพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ​ ​กัน​มา

๒.มา​ ​ปรัมปายะ ​อย่า​เพิ่งเชื่อตามที่ทำ​ต่อๆ​ ​กัน​มา​

๓.มา​ ​อิติกิรายะ ​อย่า​เพิ่งเชื่อตามคำ​เล่าลือ

๔.มา​ ​ปิฏกสัมปทา​เนนะ ​อย่า​เพิ่งเชื่อ​โดย​อ้างตำ​รา​

๕.มา​ ​ตักกเหตุ ​อย่า​เพิ่งเชื่อ​โดย​นึกเดา​

๖.มา​ ​นยเหตุ ​อย่า​เพิ่งเชื่อ​โดย​คาดคะ​เนเอา​

๗.มา​ ​อาการปริวิตักเกนะ ​อย่า​เพิ่งเชื่อ​โดย​นึกคิดตามแนวเหตุผล​

๘.มา​ ​ทิฏฐินิชฌานักขันติยา ​อย่า​เพิ่งเชื่อ​เพราะ​ถูก​กับ​ทฤษฎีของตน​

๙.มา​ ​ภุพพรูปตายะ ​อย่า​เพิ่งเชื่อ​เพราะ​มีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อ​ได้​

๑๐.มา​ ​สมโณ​ ​โน ​ครูติอย่า​เพิ่งเชื่อ​ ​เพียง​เพราะ​ผู้​พูด​เป็น​ครูบาอาจารย์ของตน


เมื่อ​ใด​ ​ท่าน​ทั้ง​หลายพึงรู้​ด้วย​ตนเองว่า​ ธรรมเหล่านี้​เป็น​กุศล​ ​ธรรมเหล่านี้​ไม่​มี​โทษ​ ธรรมเหล่านี้ท่าน​ผู้​รู้สรรเสริญ​ ธรรมเหล่านี้​ใครสมาทาน​ให้​บริบูรณ์​แล้ว​ เป็น​ไปเพื่อประ​โยชน์​เกื้อกูล​ ​เพื่อ​ความ​สุข​ ​เมื่อ​นั้น​ ท่าน​ทั้ง​หลายควร​เข้า​ถึง​ธรรมเหล่า​นั้น​อยู่​

ปัจจุบัน​ได้​เกิดแนวคิด​และ​หลักสูตรที่สอน​ให้​คนมี​เหตุผล​ไม่​หลง เชื่องมงาย​ ​ใน​ทำ​นองเดียว​กับ​คำ​สอนของพระพุทธองค์​เมื่อ​ ๒๕๐๐ ปีก่อนบรรจุ​ไว้​ใน​กระบวนการเรียนรู้​ใน​ประ​เทศพัฒนา​แล้ว​ ​เรียกว่า​ "การคิดเชิงวิจารณ์​" (Critical thinking

edit @ 11 May 2009 14:38:43 by betterlife

 http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9520000052223

 

เป็นที่น่าตกใจและน่าชื่นชมไปพร้อมๆกัน เมื่อหนูน้อยวัย 7 ขวบสามารถช่วยชีวิตคุณปู่ได้ทันท่วงที หลังจากที่คุณปู่ของเธอเป็นลมหมดสติไป
       
       Olivia Lewis สาวน้อยวัย 7 ขวบ ที่อยู่กับคุณปู่ตามลำพังได้ทำการปฐมพยาบาลให้คุณปู่ของเธออย่างทันท่วงที เมื่อคุณปู่เป็นลมหมดสติไป โดยที่เธอไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย
โดยสิ่งแรกที่ Olivia ทำนั่นคือตั้งสติและเริ่มต้นวัดชีพจรของคุณปู่ หลังจากนั้นจึงค่อยๆพาท่านไปที่เตียงและขอความช่วยเหลือต่อไป
       

       ทั้งนี้ โชคดีที่ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน สาวน้อยคนนี้ได้เผยว่า ทางโรงเรียนมีหลักสูตรการสอนในเรื่องของการปฐมพยาบาลจึงรู้ว่าหากเกิดเหตุ ขึ้น เราควรจะทำอย่างไร
       

       
“คุณครู เคยสอนวิธีการวัดชีพจรและสังเกตการหายใจของผู้ป่วยว่าเราควรจะทำอย่างไรจึง ให้ผู้ป่วยมีสติอีกครั้งโดยในโรงเรียนนั้นเราก็จะฝึกกับเพื่อนๆ” Olivia กล่าว
       
       ส่วนเหตุการณ์ ณ ตอนนั้น เธอเล่าต่อว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. หนูได้ยินเสียงอะไรสักอย่างเหมือนเสียงของตก หรือแรงกระแทกมาจากห้องคุณปู่ พอเข้าไปดูก็พบว่าคุณปู่นอนหมดสติอยู่ในห้องน้ำ หนูดูสัญญาณชีพของท่านและวัดชีพจรทันที ก่อนที่จะพยายามให้ท่านฟื้น

หนูน้อยOlivia Lewisและคุณปู่-บีบีซี นิวส์
       ขณะที่ Steve พ่อของเธอ กล่าวว่า Bryan Morris คุณปู่วัย 64 ปีเป็นพนักงานทำความสะอาดกระจก และเป็นผู้คอยดูแล Olivia ในขณะที่พ่อแม่ไปทำงานข้างนอก
       
       "เราทราบว่า Olivia ได้เรียนการปฐมพยาบาลแต่ไม่เคยคิดว่า การที่เด็กๆได้เรียนนั้น มันจะเป็นผลดีมากมายขนาดนี้"
       
       
“รู้สึก ประทับใจในตัวลูกสาวคนนี้มากๆ ภูมิใจที่เธอสามารถบริหารเวลา แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดีโดยที่เขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่ น้อย เธอกล้าหาญและกล้าตัดสินใจมาก ส่วนสาเหตุของอาการหมดสติในครั้งนี้ คุณหมอกล่าวว่า คุณปู่แพ้ยารักษาข้ออักเสบที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่”Steve เผย
       
       
อย่างไร ก็ดี Olivia เผยว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้นนั้น คือเราควรวัดชีพจรและตรวจสัญญาณชีพของเขา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ป่วยไม่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตเท่าใดนัก เพราะการที่เรารู้ระดับชีพจร เราจะประเมินได้ว่า อาการคนผู้ป่วยอยู่ในระดับที่รุนแรงมากน้อยแค่ไหน
       
       “หนู พยายามทำให้คุณปู่ฟื้น แต่ท่านก็ยังคงหมดสติอยู่ หนูจึงวัดชีพจรของท่านอีกครั้งหนึ่ง และพยายามเรียกคุณปู่ ทำทุกวิถีทางให้คุณปู่ฟื้น ซึ่งโชคดีมากที่ในที่สุดแล้ว คุณปู่ก็เริ่มมีสติ” Olivia อธิบาย
       
       คำถามแรกที่คุณปู่ถามหนูก็คือ “ตอนนี้ปู่อยู่ที่ไหน” หนูก็บอกท่านว่า “คุณปู่อยู่ในห้องน้ำ เพราะคุณปู่ล้มหมดสติไป แล้วหนูก็ถามคุณปู่ว่า มันเกิดอะไรขึ้น” ซึ่งคุณปู่เองก็บอกหนูว่า ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ปู่เข้าห้องน้ำ แล้วเริ่มรู้สึกหน้ามืดและเริ่มเวียงศีรษะ และรู้อีกทีปู่ก็เห็นหนูอยู่ข้างๆปู่แล้วก็ได้ยินเสียงหนูเรียกปู่
       
       หลังจากนั้น Olivia เล่าต่อว่า คุณปู่บอกให้หนูเอาผ้าชุบน้ำไปให้แล้วก็ให้ประคองท่านไปที่เตียงนอน หนูเอาผ้ามาให้คุณปู่ แต่ดูเหมือนว่าคุณปู่จะกลัวลื่นล้มอีก หนูจึงค่อยๆพยุงท่าน หลังจากนั้นหนูก็เอาน้ำมาให้คุณปู่ดื่ม แล้วหนูก็โทรศัพท์หาคุณพ่อ และรอคุณพ่อ ซึ่งคุณพ่อเป็นผู้โทรไปแจ้งทางโรงพยาบาลเอง
       
       ทั้งนี้ Colin Elding หัวหน้าแผนกทรวงอกและอดีตเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กล่าวว่า มีโรงเรียน 2,867 แห่งได้เข้าร่วมกับ Heartstart UKเพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้และมีทักษะในการปฐมพยาบาล
       
       “การสอนทักษะเบื้องต้นในการช่วยชีวิตผู้ป่วยนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก เพราะเด็กๆจะมีโอกาสช่วยเหลือชีวิตคน” Elding กล่าว
       
       
อย่างไร ก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า ส่วนใหญ่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันมักจะเกิดขึ้นที่บ้าน ซึ่งทุกคนจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก จนกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนต้องเสียชีวิตเพราะไม่ได้รับการช่วยเหลือ อย่างทันท่วงที แต่หากเรามีทักษะ รู้วิธีการช่วยเหลือเบื้องต้น ผู้ป่วยก็อาจพ้นขีดอันตรายได้
       
       “ผมมั่นใจว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้จะทำให้ใครหลายคนตื่นตัวในเรื่องการปฐมพยาบาลมากขึ้น ซึ่งสำหรับเด็กๆแล้วมันขึ้นอยู่กับช่วงอายุของเขาด้วยนะว่าเขาสามารถรับรู้ ข้อมูลได้มากน้อยแค่ไหน หากเด็กมีอายุประมาณ 9-10 ปีจะได้เรียนรู้วิธีการวัดชีพจร สังเกตลมหายใจ รวมไปถึงการปั๊มหัวใจด้วย”Elding กล่าวทิ้งท้าย
       
       เรียบเรียงจาก บีบีซี นิวส์

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ exteen

posted on 08 May 2009 19:35 by betterlife09

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก